ยึดหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค เฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกระบาดในช่วงหน้าฝน

แพทย์ห่วงหน้าฝนไข้เลือดออกระบาด แนะวิธีกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เน้นยึดหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค นายแพทย์ศุภชัย บุญอำพันธ์ ได้เผยว่า จากข้อมูลจากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 6 มิถุนายน 2565 มีรายงานผู้ป่วยทั่วประเทศ 3,386 ราย เสียชีวิต 3 ราย อายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ อายุ 15-24 ปี รองลงมา อายุ 10-14 ปี โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่สำคัญ ได้รับการวินิจฉัยล่าช้า รวมถึงมีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายบริเวณที่พักอาศัย สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดพะเยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 มิถุนายน 2565 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จำนวน 15 ราย กระจายใน 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพะเยา …

กรมอนามัยเตือนปชช. ห้ามนำผงพิเศษอุดฟัน เสี่ยงเป็นอันตรายต่อชีวิต

กรมอนามัยเตือนประชาชน !! ห้ามนำเอาผงพิเศษมาอุดฟัน หากเกิดอาการแพ้รุนแรง อาจเสียชีวิตได้ในบางราย แนะ..ถ้าฟันผุให้พบทันตแพทย์ตามโรงพยาบาลหรือคลินิกเท่านั้น จากกรณีที่มีการแชร์คลิปวิดีโอจากแอปพลิเคชั่น tiktok โดยมีการใช้ผงพิเศษเพื่ออุดฟัน ห่วงปชช.ที่ไม่ทราบข้อมูลที่ถูกต้อง จนอาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบตามคลิปดังกล่าวได้ จึงขอเตือนว่า ผงพิเศษเป็นยาใช้ภายนอก ห้ามนำไปกิน หรือใช้ทาในช่องปาก รวมถึงการนำไปใช้อุดฟัน เนื่องจากผงพิเศษมีส่วนประกอบของสารซัลฟานิลาไมด์ ซึ่งสารนี้อาจก่อให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง เกิดตุ่มพอง หนังลอก หรือที่เรียกว่าการแพ้แบบสตีเวนส์-จอห์นสัน ซินโดรม (Stevens-Johnson Syndrome หรือ SJS) หรือเกิดอาการแพ้ร่วมกับอาการแทรกซ้อนในระบบอื่น ๆ จนทำให้ เกิดการเสียชีวิตในบางรายได้ หากมีฟันผุในช่องปาก โดยรอยผุที่เห็นเป็นรอยสีดำ เป็นรูบนผิวฟัน หรือมีอาการเสียวฟัน เมื่อกินของร้อน – เย็น สามารถรักษาได้ด้วยการอุดฟัน แต่หากพบรอยผุขนาดใหญ่ ลึก มีอาการปวดฟันขึ้นเองโดยไม่ต้องมีสิ่งกระตุ้น อาจไม่สามารถอุดฟันได้ เพราะรอยผุทะลุโพรงประสาทฟันแล้ว ควรเข้ารับการรักษารากฟันหรือถอนฟันจากทันตแพทย์ในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ การป้องกันฟันผุที่ดีที่สุด คือ การแปรงฟันตามหลัก 2 – 2 – 2 ประกอบด้วย 2 แรก คือ แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง …

ประโยชน์ของ “น้ำเซเลอรี่” น้ำผักสำหรับคนรักสุขภาพ เอาใจคนลดน้ำหนัก

“น้ำเซเลอรี่” หรือน้ำคื่นช่ายคั้นสด กำลังเป็นที่นิยมสำหรับสายเฮลท์ตี้ในปัจจุบันนี้ จัดว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีอีกชนิดหนึ่ง แม้ว่าจะดูไม่ค่อยน่ารับประทานสักเท่าไหร่ แต่รสชาติของน้ำผัดชนิดนี้ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด สำหรับวันนี้ทางเราจะพาทุกคนไปรู้จักกับคุณประโยชน์ของน้ำเซเลอรี่ จะมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหนนั้น ไปดูพร้อมๆกันเลย สารอาหารที่มีอยู่ในน้ำเซเลอรี่ มีมากน้อยแค่ไหน ? เซเลอรี่ หรือเรียกว่า ขึ้นฉ่ายฝรั่ง เป็นผักใบเขียวเหมาะสำหรับนำมาจัดทำเป็นเมนูสุขภาพได้อย่างมากมาย อีกทั้งยังนำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้อีกด้วย สำหรับในส่วนของน้ำเซเลอรี่นั้น หากพูดถึงคุณประโยชน์ข้อแรก คงต้องกล่าวถึงประโยชน์ในส่วนของ มีส่วนช่วยในการปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้มีความคงที่ และยังรวมไปถึงช่วยลดน้ำหนัก เมื่อเรานำมารับประทานควบคู่กับการออกกำลังกายย่อมดีแบบสุด ๆ ไฟเบอร์ แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเค วิตามินเอ และวิตามินซี เป็นต้น เพียงแค่ดื่ม 1 แก้วต่อวัน ก็ทำให้คุณได้รับสารอาหารต่าง ๆ เหล่านี้ได้ครบถ้วนโดยที่ไม่ต้องหาอาหารเสริมกันเลยทีเดียว เพราะเซเลอรี่เป็นผักที่มีสารอาหารหลากหลายชนิดด้วยกัน เช่น ลูทอีโอลิน โพแทสเซียม สารอะพีจีนีน ประโยชน์ของน้ำเซเลอรี่ 1. โรคไขข้อ เมื่อได้มีการศึกษาในช่วงปี 2017 ได้ค้นพบว่าสารอะพีจีนิน ที่จะช่วยในการป้องกันโรคไขข้ออักเสบได้ เนื่องจากได้มีการวิจัยและทดลอง โดยการนำสารไปทดลองกับหนูและได้ผลสรุปออกมาว่า เนื้อเยื่อที่ได้มีการอักเสบนั้น ค่อย ๆ กลับมาเหมือนเดิม เมื่อได้เปรียบเทียบกับหนูที่ไม่ได้นำมาทองลองกับสารอะพิจีนีน 2. …

เปิด 5 พฤติกรรมคนไทยการ์ดตก – เสี่ยงติดโควิด ย้ำ ! ปฏิบัติตามมาตรการ VUCA อย่างเคร่งครัด

คนไทยการ์ดตก เพราะไม่สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทั้งอยู่ในบ้านและนอกบ้านที่มีคนมากกว่า 2 คน มากที่สุด ย้ำมาตรการ VUCA วิถีใหม่การ์ดไม่ตก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง ไม่อยากให้ประชาชนการ์ดตก เพราะเชื้อโควิด 19 มีการแพร่กระจายได้ง่าย และมีโอกาสกลายพันธุ์ หากมีการแพร่ระบาดจนมีจำนวนที่มากขึ้น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยกองสุขศึกษาได้ทำการสำรวจการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงโรคโควิด 19 ผลการสำรวจพบว่า  5 พฤติกรรมเสี่ยงโรคโควิด 19 ของคนไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น คือ ? พฤติกรรมไม่สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทั้งอยู่ในและนอกบ้านที่มีคนมากกว่า 2 คน มีพฤติกรรมเสี่ยงเพิ่ม 4.8 % พฤติกรรมใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว มีพฤติกรรมเสี่ยงเพิ่ม 2.6% พฤติกรรมใช้มือสัมผัสหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า ที่สวมใส่อยู่ รวมทั้งใบหน้า ตา จมูก ปาก มีพฤติกรรมเสี่ยงเพิ่ม 1.5% พฤติกรรมไม่เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 – 2 เมตร มีพฤติกรรมเสี่ยงเพิ่ม 1.1% และ …

ผลไม้ 7 ชนิดที่ช่วยลดความดันโลหิต ควบคุมความดันได้ดีเยี่ยม เสริมสร้างสุขภาพที่ดีร่วมด้วย

โรคความดันโลหิตสูง นับว่าเป็นภัยเงียบที่มักจะไม่ค่อยแสดงอาการออกมา ซึ่งผู้ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงจำเป็นต้องรับประทานยาลดความดันเป็นประจำทุกวัน แต่สำหรับใครที่อยากจะลดความดันโดยที่ไม่ใช้ยา อาหารที่รับประทานบางชนิดมีส่วนช่วยควบคุมและลดความดันให้กับเราได้เช่นกัน วันนี้เราก็มีข้อมูลเกี่ยวกับ ผลไม้ที่ช่วยลดความดัน เพื่อมาแนะนำให้กับผู้ป่วยความดันสูงที่อยากจะลดความดันโลหิตด้วยตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ไปดูกันเลยว่าจะมีผลไม้ชนิดไหนกันบ้าง 1. มะม่วง มะม่วง เป็นผลไม้ที่สามารถช่วยลดความดันโลหิตสูง เพราะในมะม่วงนั้นจะมีสารอาหารที่เป็นตัวสำคัญต่อระบบการไหลเวียนเลือด ที่สำคัญมะม่วงยังมีเนื้อสีเหลืองที่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ การรับประทานมะม่วงอย่างเป็นประจำ ย่อมส่งผลดีต่อผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน 2. ลูกเกด ลูกเกด มีโพแทสเซียมสูงเช่นกัน ซึ่งทางกรมวิชาการเกษตรในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยว่า ลูกเกดอบแห้งครึ่งถ้วยตวง จะประกอบไปด้วยโพแทสเซียมถึง 456 มิลลิกรัม ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิตได้โดยตรง แต่ก็ควรเลือกรับประทานลูกเกดที่มีน้ำตาลน้อยอยู่เสมอ และไม่ควรรับประทานลูกเกดมากเกินไป เพราะลูกเกดอบแห้งเป็นผลไม้แปรรูปที่มีน้ำตาลมาก หากรับประทานมากเกินไปก็ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ 3. ส้ม ส้ม นอกจากจะมีรสชาติเปรี้ยวหวาน และยังเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง มีวิตามินซีมาก ทำให้กลายเป็นผลไม้ลดความดันที่น่าสนใจ เพราะหารับประทานได้ง่าย ๆ มีทุกฤดูกาลและที่สำคัญยังมีรสชาติอร่อยที่ดัดแปลงไปเป็นอาหารอย่างอื่นหลากหลายชนิดด้วยกัน 4. กีวี กีวี เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางด้านโภชนาการที่มีวิตามินซี ทองแดง โพแทสเซียมและไฟเบอร์ ล้วนแล้วมีประโยชน์ในการควบคุมความดันโลหิตภายในร่างกายทั้งสิ้น รวมไปถึงหากใครที่มีอาการท้องผูก หรือมีอาการลำไส้ที่แปรปรวน อยากให้ลองรับประทานกีวีอย่างน้อยก็วันละ 2 ผล เป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยลดอาการท้องผูกได้นั่นเอง …

8 เคล็ดลับคลายร้อน เพิ่มความเย็นให้กับร่างกาย ซัมเมอร์นี้ฉันต้องรอด

ช่วงที่อากาศร้อนแบบนี้ พัดลมก็เอาแทบไม่อยู่ เพราะการเลือกใช้พัดลมในช่วงฤดูร้อน พัดลมจะทำหน้าที่ปล่อยลมร้อนทดแทน ถ้าจะหันมาพึ่งแอร์ตลอดทั้งวันเพื่อคลายร้อน ก็เกรงว่าค่าไฟจะเพิ่มขึ้นมากมายแน่นอน และที่สำคัญหากเพิ่มความเย็นให้ร่างกายก็อาจจะทำให้เราเย็นได้ไม่ถึงใจ เอาเป็นว่าใครที่กำลังร้อนรุ่มอยู่ข้างในร่างกายก็ลองหา วิธีคลายร้อนร่างกาย ง่ายๆได้ดังนี้ 1.ดับร้อนด้วยอาหาร อากาศร้อนอบอ้าว บางครั้งร้อนมากไปก็ส่งผลทำให้ร่างกายเราเกิดอาการอ่อนเพลียได้เช่นกัน โดยเฉพาะ มีอาการเบื่ออาหาร ไม่อยากทำอะไร แถมบางทีดื่มน้ำเปล่าเย็น ๆ ก็ไม่ชื่นใจ ดังนั้นหากอยากคลายร้อน ก็อาจจะต้องพึ่งอาหารที่ช่วยเติมความสดชื่น ดับกระหายและแก้อ่อนเพลียได้โดยตรง 2.ประคบเย็นที่ข้อมือ อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า เส้นเลือดใหญ่ของคนเรานั้นอยู่ที่บริเวณข้อมือ ดังนั้นการประคบเย็นบริเวณนี้ครั้งละ 5 วินาที ในทุก ๆ 2 ชั่วโมง ก็จะช่วยลดอุณหภูมิในเส้นเลือดให้เย็นขึ้นได้นั่นเอง 3.สมุนไพรคลายร้อน นอกจากอาหารที่ช่วยคลายร้อนได้แล้ว ยังมีสมุนไพรที่ช่วยดับร้อนให้กับเราได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ดอกดาวเรือง ดอกแค รางจืด มะระขี้นก ย่านาง สะเดา ล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรที่ออกฤทธิ์เย็น ดังนั้นหากใครที่รู้สึกร้อนในร่างกาย สมุนไพรเหล่านี้สามารถช่วยได้อย่างแน่นอน 4.นวดน้ำมัน การนวดน้ำมัน เป็นการระบายความร้อนจากร่างกายผ่านรูขุมขน ยิ่งหากนวดตัวด้วยน้ำมันสมุนไพรดอกดาวเรือง น้ำมันว่างหางจระเข้ ก็ยิ่งจะช่วยดับร้อนภายในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 5.เปลือยเท้าก็ช่วยเราได้ เท้า ถือได้ว่าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการระบายความร้อนภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหามีโอกาสและอยากจะคลายร้อน ให้หันมาทดลองเปลือยเท้ากันดูบ้าง …

สาวๆต้องรู้ ! 5 อาหารเช้าที่สาวๆคุมน้ำหนักควรเลี่ยง ยิ่งทานยิ่งอ้วน แถมเสี่ยงโรค

มื้อเช้าเป็นมื้อที่มีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกาย ซึ่งแต่ละคนก็มักจะมีเมนู อาหารเช้า ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง แซนวิช แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล แต่คุณรู้หรือไม่ว่า มีอาหารเช้าที่สุดแสนจะอันตรายหากคุณรับประทานอย่างเป็นประจำ เพราะยิ่งคุณรับประทานมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้คุณอ้วนมากยิ่งขึ้นเท่านั้น หากใครยังไม่รู้ว่ามีอาหารอะไรบ้างที่เราไม่ควรรับประทานในช่วงมื้อเช้าบ่อยๆ เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะได้รับประโยชน์ วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกๆคนที่ได้อ่านบทความนี้ ไปดูกันเลย 1. แซนวิชปิ้ง หลายคนอาจจะมองหาอาหารเช้าจากร้านสะดวกซื้อเพื่อนำมารับประทานกันง่าย ๆ แต่สำหรับแซนวิสที่มีไส้แฮมชีส ไส้กรอก ไส้หมูหยองน้ำสลัด หรือไส้ต่าง ๆ นั้น เมื่อนำมาเข้าเครื่องปิ้งแล้วก็ดูน่ารับประทาน พร้อมทั้งมีรสชาติที่อร่อยแน่นอน แต่เมนูนี้กลับกลายเป็นเมนูที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูงมากจนเกินความจำเป็น หากรับประทานในช่วงเช้าบ่อย ๆ จะส่งผลทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสุดท้ายก็กลายเป็นโรคอ้วนตามมา  2. ปาท่องโก๋ ปาท่องโก๋ ถือได้ว่าเป็นอาหารเช้าที่เสิร์ฟคู่กับน้ำเต้าหู้หรือกาแฟ แม้ว่าปาท่องโก๋จะช่วยทำให้กาแฟของเราอร่อยมากยิ่งขึ้น แต่ส่วนผสมของปาท่องโก๋จะมีแป้งขัดขาว เมื่อเข้าไปสู่กระเพาะอาหารแล้วก็จะถูกย่อยเป็นน้ำตาลสะสม จนทำให้กลายเป็นโรคอ้วนได้ในที่สุด ดังนั้น ไม่ควรเลือกรับประทานปาท่องโก๋เป็นอาหารหลักในช่วงเช้าเด็ดขาด แต่ควรเลือกรับประทานกับโจ๊กหมูร้อน ๆ สักแก้วก็จะดีมาก  3. ซีเรียล ซีเรียล ถือได้ว่าเป็นอาหารเช้าที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มเด็กวัยรุ่นหรือวัยทำงาน ถึงแม้ว่าจะอร่อย หอมหวาน และดูน่ารับประทาน จึงเหมาะจะเป็นอาหารเช้าได้ดี แต่คุณรู้หรือไม่ว่าซีเรียลอุดมไปด้วยน้ำตาลและแป้งจำนวนมาก ซึ่งมีแคลอรีสูงและมีสารอาหารอื่น ๆ น้อย …

เช็คก่อนกิน ! อาหารคีโต ใครที่ไม่ควรกิน จะมีผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร ?

อาหารคีโต หรือ Ketogenic Diet เป็นรูปแบบของการกินอาหารที่เน้นไขมันสูงและโปรตีน โดยลดปริมาณคาร์โบไดเฮรต เช่น ข้าว แป้ง น้ำตาล ให้น้อยลง เพื่อให้ร่างกายเกิดสภาวะการเผาผลาญแบบคีโตซิส (ketosis) นำเอาไขมันและคีโตนซึ่งได้จากไขมันที่สะสมในตับมาใช้เป็นพลังงานแทน อาหารคีโตเป็นหนึ่งทางเลือกของวิธี ลดน้ำหนัก ที่หลายๆ คนเลือกรับประทาน ใครที่ไม่ควรกิน อาหารคีโต ? คนที่มีภาวะผิดปกติของตับ `เพราะตับจะเป็นตัวที่จะเปลี่ยนไขมันให้เป็นพลังงาน ดังนั้น คนไข้ที่มีปัญหาโรคตับ หรือตับไม่ดี จึงไม่ควรกิน คนที่มีภาวะผิดปกติของไต หรือผู้ที่มีภาวะไตเสื่อม ต้องระวังการกินโปรตีนที่มากเกิน ซึ่งการกินอาหารคีโต จะมีปริมาณสัดส่วนของโปรตีนค่อนข้างเยอะ ทำให้ไตเสื่อมมากขึ้นได้ นอกจากนี้อาหารคีโตยังเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดนิ่วในไตด้วย คนที่มีระบบเผาผลาญไขมันผิดปกติ คือคนที่มีปัญหาในเรื่องของการเผาผลาญไขมัน มีคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง อันนี้ไม่แนะนำเลย เพราะการกินอาหารคีโตจะทำให้ปริมาณไขมันในเลือดเพิ่มขึ้นได้ ผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดภาวะความเป็นกรดจากสารคีโตนในเลือดมาก รวมถึงการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำมากเกินไป ดังนั้น : ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ ก่อนพิจารณาการกินอาหารคีโต เพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ เกี่ยวกับผู้หญิง เคล็ดลับสุขภาพ

‘อาหารเช้า’ ที่ควรทานหลังออกกำลังกาย ช่วยลดความเหนื่อยล้า และส่งผลดีต่อร่างกาย

หลังจากที่ออกกำลังกาย ร่างกายของคนเราก็มักจะเกิดอาการเหนื่อยล้า เนื่องจากใช้พลังงานไปเกินมาก ดังนั้นเพื่อลดอาการความเหนื่อยล้า จึงอยากจะแนะนำให้สาวๆ หันมาเลือกรับประทาน อาหารเช้า ที่ช่วยเติมพลังงานให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี ซึ่งเราได้รวบรวมอาหาร 7 ชนิดมาแนะนำ ไปดูกันเลย 1.อัลมอนด์ อาหารเช้าที่ประกอบไปด้วย อัลมอนด์ ธัญพืชที่ช่วยบำรุงหัวใจและช่วยลดคอเลสเตอรอลที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยทำให้ร่างกายสามารถจัดการกับไขมันในเลือดได้ และยังมีวิตามินพร้อมทั้งมีสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นพลังงานภายในร่างกายได้อีกด้วย หากรับประทานหลังจากที่ได้มีการออกกำลังกายไปแล้ว จะช่วยลดความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว 2.ข้าวกล้องกับอกไก่ ข้าวกล้องจะมีวิตามินบีและคาร์โบไฮเดรตที่ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มท้องได้อย่างยาวนาน และยังมีส่วนช่วยในการปลุกความสดชื่นให้กับร่างกายได้ตลอดทั้งวัน ในส่วนของอกไก่ถือได้ว่าเป็นแหล่งที่รวบรวมโปรตีนชั้นดี และยังมีแคลอรีต่ำ ซึ่งจะเหมาะสำหรับการรับประทานเป็นอาหารเช้า เพื่อที่จะเพิ่มเติมพลังงานให้กับร่างกายในช่วงเช้าเป็นอย่างดี 3.ผลไม้รสหวาน อาหารเช้าอย่างผลไม้ที่มีรสหวาน มักจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ พร้อมทั้งมีวิตามินและเกลือแร่ ดังนั้นทางเราขอแนะนำว่า หลังจากที่คุณได้วิ่งออกกำลังกายแล้วควรเลือกรับประทานกีวี แอปเปิล องุ่น ที่จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผลไม้กลุ่มดังที่ได้กล่าวมานั้น ยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน  4.ไข่ต้มกับผักสด ไข่ต้ม มีโปรตีนที่ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มท้อง และยังช่วยเสริมสร้างทางด้านกล้ามเนื้อได้อีกทาง ส่วนผักสดจะมีสารอาหารมากมาย มีทั้งเกลือแร่ วิตามิน ไฟเบอร์ และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสารอาหารที่ช่วยปลุกความสดชื่นให้แก่ร่างกายได้เช่นกัน  5.กรีกโยเกิร์ต กรีกโยเกิร์ต อีกหนึ่งอาหารเช้าที่ดีและมีประโยชน์ เพราะเป็นแหล่งรวบรวมโปรตีนชั้นดี และถือได้ว่าเป็นอาหารที่คู่ควรกับนักวิ่งมากมาย เนื่องจากจะช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญภายในร่างกาย สามารถเบิร์นแคลอรีได้เป็นอย่างมาก …

อันตราย ! ฝุ่น PM 2.5 ภัยร้ายที่ส่งผลกระทบต่อดวงตา

ฝุ่น PM 2.5 ที่มีค่าสูงเกินมาตรฐานส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจแล้ว ยังกระทบถึงดวงตาอีกด้วย ซึ่งจะแปรผันตามปริมาณค่าฝุ่นในอากาศ โดยจะทำให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผิวรอบดวงตาบริเวณที่มีการสัมผัสกับฝุ่น โดยทั่วไปฝุ่นขนาดเล็กอาจจะทำให้ดวงตาเกิดการระคายเคือง แต่อาการผิดปกติ เช่น ระคายเคืองตา แสบตา ฯลฯ เหล่านี้มักเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ไม่ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงกับดวงตา นอกจากนี้อาจทำให้เกิดอาการตาแห้ง หรือเยื่อบุตาอักเสบ ซึ่งถ้าเป็นมากจะทำให้มีอาการตาแดงได้ ในผู้ที่ภูมิแพ้ที่ตา หรือในผู้ใช้คอนแทคเลนส์อาจมีความรุนแรงขึ้น เช่น อาการตาแดง คัน เคืองตา และมีขี้ตามาก หากมีการขยี้ตาก็อาจทำให้เกิด กระจกตาอักเสบหรือเป็นแผลได้ หากมีอาการผิดปกติกับดวงตา ควรพบจักษุแพทย์ทันที ฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กและมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ไม่สามารถที่จะมองเห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งฝุ่นเหล่านี้รวมตัวกันมากๆ จะทำให้มองเห็นเป็นลักษณะที่คล้ายกับหมอกจางๆ หรือควันที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบหายใจให้เกิดอาการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ ซึ่งจากสถานการณ์โรค Covid-19 ที่มีความจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยอยู่ในช่วงเวลานี้ควรเสริมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองค่าฝุ่น PM 2.5ได้มากขึ้นอีกชั้น ในสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่มีค่าสูงเกินมาตรฐานส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจแล้ว ยังกระทบและส่งผลต่อดวงตาด้วย ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการ ตาแดง ผู้ที่ภูมิแพ้ที่ตาจะมีอาการรุนแรงได้มาก และในผู้ใช้คอนแทคเลนส์ก็จะมีภาวะตาแห้ง ระคายเคืองตา และแสบตาได้มากขึ้น วิธีป้องกันดวงตาจากฝุ่น PM 2.5  สามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 ในปริมาณที่เกินมาตรฐาน …