เปิด 5 พฤติกรรมคนไทยการ์ดตก – เสี่ยงติดโควิด ย้ำ ! ปฏิบัติตามมาตรการ VUCA อย่างเคร่งครัด

คนไทยการ์ดตก เพราะไม่สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทั้งอยู่ในบ้านและนอกบ้านที่มีคนมากกว่า 2 คน มากที่สุด ย้ำมาตรการ VUCA วิถีใหม่การ์ดไม่ตก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง ไม่อยากให้ประชาชนการ์ดตก เพราะเชื้อโควิด 19 มีการแพร่กระจายได้ง่าย และมีโอกาสกลายพันธุ์ หากมีการแพร่ระบาดจนมีจำนวนที่มากขึ้น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยกองสุขศึกษาได้ทำการสำรวจการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงโรคโควิด 19 ผลการสำรวจพบว่า  5 พฤติกรรมเสี่ยงโรคโควิด 19 ของคนไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น คือ ? พฤติกรรมไม่สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทั้งอยู่ในและนอกบ้านที่มีคนมากกว่า 2 คน มีพฤติกรรมเสี่ยงเพิ่ม 4.8 % พฤติกรรมใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว มีพฤติกรรมเสี่ยงเพิ่ม 2.6% พฤติกรรมใช้มือสัมผัสหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า ที่สวมใส่อยู่ รวมทั้งใบหน้า ตา จมูก ปาก มีพฤติกรรมเสี่ยงเพิ่ม 1.5% พฤติกรรมไม่เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 – 2 เมตร มีพฤติกรรมเสี่ยงเพิ่ม 1.1% และ …

ผลไม้ 7 ชนิดที่ช่วยลดความดันโลหิต ควบคุมความดันได้ดีเยี่ยม เสริมสร้างสุขภาพที่ดีร่วมด้วย

โรคความดันโลหิตสูง นับว่าเป็นภัยเงียบที่มักจะไม่ค่อยแสดงอาการออกมา ซึ่งผู้ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงจำเป็นต้องรับประทานยาลดความดันเป็นประจำทุกวัน แต่สำหรับใครที่อยากจะลดความดันโดยที่ไม่ใช้ยา อาหารที่รับประทานบางชนิดมีส่วนช่วยควบคุมและลดความดันให้กับเราได้เช่นกัน วันนี้เราก็มีข้อมูลเกี่ยวกับ ผลไม้ที่ช่วยลดความดัน เพื่อมาแนะนำให้กับผู้ป่วยความดันสูงที่อยากจะลดความดันโลหิตด้วยตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ไปดูกันเลยว่าจะมีผลไม้ชนิดไหนกันบ้าง 1. มะม่วง มะม่วง เป็นผลไม้ที่สามารถช่วยลดความดันโลหิตสูง เพราะในมะม่วงนั้นจะมีสารอาหารที่เป็นตัวสำคัญต่อระบบการไหลเวียนเลือด ที่สำคัญมะม่วงยังมีเนื้อสีเหลืองที่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ การรับประทานมะม่วงอย่างเป็นประจำ ย่อมส่งผลดีต่อผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน 2. ลูกเกด ลูกเกด มีโพแทสเซียมสูงเช่นกัน ซึ่งทางกรมวิชาการเกษตรในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยว่า ลูกเกดอบแห้งครึ่งถ้วยตวง จะประกอบไปด้วยโพแทสเซียมถึง 456 มิลลิกรัม ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิตได้โดยตรง แต่ก็ควรเลือกรับประทานลูกเกดที่มีน้ำตาลน้อยอยู่เสมอ และไม่ควรรับประทานลูกเกดมากเกินไป เพราะลูกเกดอบแห้งเป็นผลไม้แปรรูปที่มีน้ำตาลมาก หากรับประทานมากเกินไปก็ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ 3. ส้ม ส้ม นอกจากจะมีรสชาติเปรี้ยวหวาน และยังเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง มีวิตามินซีมาก ทำให้กลายเป็นผลไม้ลดความดันที่น่าสนใจ เพราะหารับประทานได้ง่าย ๆ มีทุกฤดูกาลและที่สำคัญยังมีรสชาติอร่อยที่ดัดแปลงไปเป็นอาหารอย่างอื่นหลากหลายชนิดด้วยกัน 4. กีวี กีวี เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางด้านโภชนาการที่มีวิตามินซี ทองแดง โพแทสเซียมและไฟเบอร์ ล้วนแล้วมีประโยชน์ในการควบคุมความดันโลหิตภายในร่างกายทั้งสิ้น รวมไปถึงหากใครที่มีอาการท้องผูก หรือมีอาการลำไส้ที่แปรปรวน อยากให้ลองรับประทานกีวีอย่างน้อยก็วันละ 2 ผล เป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยลดอาการท้องผูกได้นั่นเอง …

8 เคล็ดลับคลายร้อน เพิ่มความเย็นให้กับร่างกาย ซัมเมอร์นี้ฉันต้องรอด

ช่วงที่อากาศร้อนแบบนี้ พัดลมก็เอาแทบไม่อยู่ เพราะการเลือกใช้พัดลมในช่วงฤดูร้อน พัดลมจะทำหน้าที่ปล่อยลมร้อนทดแทน ถ้าจะหันมาพึ่งแอร์ตลอดทั้งวันเพื่อคลายร้อน ก็เกรงว่าค่าไฟจะเพิ่มขึ้นมากมายแน่นอน และที่สำคัญหากเพิ่มความเย็นให้ร่างกายก็อาจจะทำให้เราเย็นได้ไม่ถึงใจ เอาเป็นว่าใครที่กำลังร้อนรุ่มอยู่ข้างในร่างกายก็ลองหา วิธีคลายร้อนร่างกาย ง่ายๆได้ดังนี้ 1.ดับร้อนด้วยอาหาร อากาศร้อนอบอ้าว บางครั้งร้อนมากไปก็ส่งผลทำให้ร่างกายเราเกิดอาการอ่อนเพลียได้เช่นกัน โดยเฉพาะ มีอาการเบื่ออาหาร ไม่อยากทำอะไร แถมบางทีดื่มน้ำเปล่าเย็น ๆ ก็ไม่ชื่นใจ ดังนั้นหากอยากคลายร้อน ก็อาจจะต้องพึ่งอาหารที่ช่วยเติมความสดชื่น ดับกระหายและแก้อ่อนเพลียได้โดยตรง 2.ประคบเย็นที่ข้อมือ อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า เส้นเลือดใหญ่ของคนเรานั้นอยู่ที่บริเวณข้อมือ ดังนั้นการประคบเย็นบริเวณนี้ครั้งละ 5 วินาที ในทุก ๆ 2 ชั่วโมง ก็จะช่วยลดอุณหภูมิในเส้นเลือดให้เย็นขึ้นได้นั่นเอง 3.สมุนไพรคลายร้อน นอกจากอาหารที่ช่วยคลายร้อนได้แล้ว ยังมีสมุนไพรที่ช่วยดับร้อนให้กับเราได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ดอกดาวเรือง ดอกแค รางจืด มะระขี้นก ย่านาง สะเดา ล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรที่ออกฤทธิ์เย็น ดังนั้นหากใครที่รู้สึกร้อนในร่างกาย สมุนไพรเหล่านี้สามารถช่วยได้อย่างแน่นอน 4.นวดน้ำมัน การนวดน้ำมัน เป็นการระบายความร้อนจากร่างกายผ่านรูขุมขน ยิ่งหากนวดตัวด้วยน้ำมันสมุนไพรดอกดาวเรือง น้ำมันว่างหางจระเข้ ก็ยิ่งจะช่วยดับร้อนภายในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 5.เปลือยเท้าก็ช่วยเราได้ เท้า ถือได้ว่าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการระบายความร้อนภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหามีโอกาสและอยากจะคลายร้อน ให้หันมาทดลองเปลือยเท้ากันดูบ้าง …

‘อาหารเช้า’ ที่ควรทานหลังออกกำลังกาย ช่วยลดความเหนื่อยล้า และส่งผลดีต่อร่างกาย

หลังจากที่ออกกำลังกาย ร่างกายของคนเราก็มักจะเกิดอาการเหนื่อยล้า เนื่องจากใช้พลังงานไปเกินมาก ดังนั้นเพื่อลดอาการความเหนื่อยล้า จึงอยากจะแนะนำให้สาวๆ หันมาเลือกรับประทาน อาหารเช้า ที่ช่วยเติมพลังงานให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี ซึ่งเราได้รวบรวมอาหาร 7 ชนิดมาแนะนำ ไปดูกันเลย 1.อัลมอนด์ อาหารเช้าที่ประกอบไปด้วย อัลมอนด์ ธัญพืชที่ช่วยบำรุงหัวใจและช่วยลดคอเลสเตอรอลที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยทำให้ร่างกายสามารถจัดการกับไขมันในเลือดได้ และยังมีวิตามินพร้อมทั้งมีสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นพลังงานภายในร่างกายได้อีกด้วย หากรับประทานหลังจากที่ได้มีการออกกำลังกายไปแล้ว จะช่วยลดความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว 2.ข้าวกล้องกับอกไก่ ข้าวกล้องจะมีวิตามินบีและคาร์โบไฮเดรตที่ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มท้องได้อย่างยาวนาน และยังมีส่วนช่วยในการปลุกความสดชื่นให้กับร่างกายได้ตลอดทั้งวัน ในส่วนของอกไก่ถือได้ว่าเป็นแหล่งที่รวบรวมโปรตีนชั้นดี และยังมีแคลอรีต่ำ ซึ่งจะเหมาะสำหรับการรับประทานเป็นอาหารเช้า เพื่อที่จะเพิ่มเติมพลังงานให้กับร่างกายในช่วงเช้าเป็นอย่างดี 3.ผลไม้รสหวาน อาหารเช้าอย่างผลไม้ที่มีรสหวาน มักจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ พร้อมทั้งมีวิตามินและเกลือแร่ ดังนั้นทางเราขอแนะนำว่า หลังจากที่คุณได้วิ่งออกกำลังกายแล้วควรเลือกรับประทานกีวี แอปเปิล องุ่น ที่จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผลไม้กลุ่มดังที่ได้กล่าวมานั้น ยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน  4.ไข่ต้มกับผักสด ไข่ต้ม มีโปรตีนที่ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มท้อง และยังช่วยเสริมสร้างทางด้านกล้ามเนื้อได้อีกทาง ส่วนผักสดจะมีสารอาหารมากมาย มีทั้งเกลือแร่ วิตามิน ไฟเบอร์ และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสารอาหารที่ช่วยปลุกความสดชื่นให้แก่ร่างกายได้เช่นกัน  5.กรีกโยเกิร์ต กรีกโยเกิร์ต อีกหนึ่งอาหารเช้าที่ดีและมีประโยชน์ เพราะเป็นแหล่งรวบรวมโปรตีนชั้นดี และถือได้ว่าเป็นอาหารที่คู่ควรกับนักวิ่งมากมาย เนื่องจากจะช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญภายในร่างกาย สามารถเบิร์นแคลอรีได้เป็นอย่างมาก …

อันตราย ! ฝุ่น PM 2.5 ภัยร้ายที่ส่งผลกระทบต่อดวงตา

ฝุ่น PM 2.5 ที่มีค่าสูงเกินมาตรฐานส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจแล้ว ยังกระทบถึงดวงตาอีกด้วย ซึ่งจะแปรผันตามปริมาณค่าฝุ่นในอากาศ โดยจะทำให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผิวรอบดวงตาบริเวณที่มีการสัมผัสกับฝุ่น โดยทั่วไปฝุ่นขนาดเล็กอาจจะทำให้ดวงตาเกิดการระคายเคือง แต่อาการผิดปกติ เช่น ระคายเคืองตา แสบตา ฯลฯ เหล่านี้มักเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ไม่ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงกับดวงตา นอกจากนี้อาจทำให้เกิดอาการตาแห้ง หรือเยื่อบุตาอักเสบ ซึ่งถ้าเป็นมากจะทำให้มีอาการตาแดงได้ ในผู้ที่ภูมิแพ้ที่ตา หรือในผู้ใช้คอนแทคเลนส์อาจมีความรุนแรงขึ้น เช่น อาการตาแดง คัน เคืองตา และมีขี้ตามาก หากมีการขยี้ตาก็อาจทำให้เกิด กระจกตาอักเสบหรือเป็นแผลได้ หากมีอาการผิดปกติกับดวงตา ควรพบจักษุแพทย์ทันที ฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กและมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ไม่สามารถที่จะมองเห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งฝุ่นเหล่านี้รวมตัวกันมากๆ จะทำให้มองเห็นเป็นลักษณะที่คล้ายกับหมอกจางๆ หรือควันที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบหายใจให้เกิดอาการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ ซึ่งจากสถานการณ์โรค Covid-19 ที่มีความจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยอยู่ในช่วงเวลานี้ควรเสริมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองค่าฝุ่น PM 2.5ได้มากขึ้นอีกชั้น ในสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่มีค่าสูงเกินมาตรฐานส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจแล้ว ยังกระทบและส่งผลต่อดวงตาด้วย ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการ ตาแดง ผู้ที่ภูมิแพ้ที่ตาจะมีอาการรุนแรงได้มาก และในผู้ใช้คอนแทคเลนส์ก็จะมีภาวะตาแห้ง ระคายเคืองตา และแสบตาได้มากขึ้น วิธีป้องกันดวงตาจากฝุ่น PM 2.5  สามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 ในปริมาณที่เกินมาตรฐาน …

ผลไม้ลดความดันโลหิต ช่วยควบคุมความดัน หาง่าย ใกล้ตัว กินแล้วสุขภาพดี

โรคความดันโลหิตสูง จัดได้ว่าเป็นโรคร้ายชนิดหนึ่งที่เปรียบเสมือนเป็นภัยเงียบ น่ากลัว เพราะส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้แสดงอาการออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ว่าคุณกำลังเป็นโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตส่วนใหญ่ ต้องคอยรับประทานยาเพื่อลดความดันอย่างเป็นประจำทุกวัน หากใครอยากจะลดความดันให้กับตนเองแบบที่ไม่ต้องใช้ยา บางครั้งอาหารการกินก็อาจจะช่วยลดความดันให้กับคุณได้ วันนี้ทางเราจึงอยากจะแนะนำ ผลไม้ลดความดันโลหิต ซึ่งเหมาะสมกับกลุ่มคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ถือว่ารับประทานได้ดีเลยทีเดียว 1.กล้วย กล้วย จัดได้ว่าเป็น ผลไม้ลดความดันโลหิต และยังเป็นผลไม้ที่ประกอบไปด้วยธาตุโพแทสเซียมสูง ซึ่งกล้วยเป็นผลไม้ที่จัดได้ว่ามีโพแทสเซียมสูงอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ แถมกล้วยยังเป็นผลไม้ที่มีโซเดียมต่ำมากๆ เพราะฉะนั้น กล้วยจึงเป็นผลไม้ที่สามารถบำรุงหัวใจพร้อมทั้งหลอดเลือดได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว 2.มะม่วง มะม่วง เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่จัดได้ว่าอยู่ในกลุ่มของ ผลไม้ลดความดันโลหิต เนื่องจากมะม่วงประกอบไปด้วยสารอาหารที่สุดแสนจะสำคัญต่อระบบการไหลเวียนของเลือด มะม่วง 100 กรัมกลับมีโพแทสเซียมที่สูงมากถึง 186 มิลลิกรัม แถมมะม่วงยังเป็นผลไม้ที่มีเนื้อเป็นสีเหลือง มักจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย 3.แอปริคอต แอปริคอต จัดได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีเนื้อเป็นสีเหลือง ถึงแม้ว่าจะหากินได้ยากแต่ภายในซุปเปอร์มาร์เก็ตก็ยังคงมีจัดจำหน่ายให้ได้พบเห็น แอปริคอต จัดได้ว่าเป็นผลไม้ลดความดันโลหิตอีกชนิดหนึ่ง เพราะมีวิตามินซีและเบต้าเคโรทีนสูงมาก พร้อมทั้งมีไฟเบอร์ซึ่งส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนของโลหิต ปรับสมดุลภายในร่างกายได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว 4.ส้ม แน่นอนอยู่แล้วว่า ส้ม เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีพร้อมทั้งไฟเบอร์ที่สูงมาก จัดได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน สามารถลดความดันโลหิตได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถหาซื้อได้ง่าย เป็นผลไม้ที่มีแทบจะทุกฤดูกาลอีกด้วย 5.อะโวคาโด อะโวคาโด ผลไม้ลดความดันโลหิตระดับคุณภาพ อุดมไปด้วยกรดโอเลอิกที่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้เป็นอย่างดี แถมยังมีโพแทสเซียม โฟเลต ไฟเบอร์ที่สูงมาก ซึ่งจัดได้ว่าเป็นสารอาหารที่ส่งผลดีต่อระบบหัวใจ พร้อมทั้งระบบหมุนเวียนของเลือด และยังมีกรดไขมันชนิดที่ดี สามารถช่วยลดระดับของไขมันชนิดเลวหรือคอเลสเตอรอลได้เป็นอย่างดีอีกด้วย …

6 ผลไม้ลดเบาหวาน อร่อยแบบสุขภาพดี กินได้แบบไม่ต้องกลัวอ้วน

ในแต่ละวันร่างกายของคนเรานั้นควรได้รับน้ำตาลไม่เกิน 24 กรัมเท่านั้น หรือถ้าหากจะให้เทียบกับปริมาณน้ำตาล ก็คือ จำนวน 6 ช้อนชา แต่ถ้าหากเป็นเด็กเล็กหรือแม้กระทั่งกลุ่มผู้สูงอายุ จำเป็นจะต้องบริโภคน้ำตาลให้น้อยกว่านี้ และจะต้องไม่เกิน 16 กรัม / 1 วัน หรือ 4 ช้อนชา เชื่อว่าทุกวันนี้หลายคนมักจะรับประทานน้ำตาลเกิน เพราะส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มเครื่องดื่มร่วมด้วย จนกระทั่งนำไปสู่โรคอ้วนพร้อมทั้งโรคเรื้อรังหลายโรคด้วยกัน อีกทั้งการรับประทาน ผลไม้ ที่มีน้ำตาลร่วมด้วย ย่อมส่งผลทำให้หลายคนเกิดความกังวลใจ วันนี้ทางเราจึงอยากนำเสนอ ผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย เพื่อเป็นตัวเลือกดีๆ ในการนำไปรับประทาน พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย 1.แก้วมังกร แก้วมังกร ถือได้ว่าเป็นผลไม้ที่ประกอบไปด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด พร้อมทั้งมีคุณสมบัติเด่นๆ ก็คือ ช่วย ลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการลดน้ำตาลพร้อมทั้งคอเลสเตอรอลภายในเลือดได้อีกด้วย สำหรับปริมาณน้ำตาลที่มีอยู่ในแก้วมังกรนั้น หากแก้วมังกรหนักประมาณ 100 กรัม จะมีประกอบไปด้วยน้ำตาลประมาณ 8.1 – 9.8 กรัมด้วยกัน หรือประมาณ 2 – 2.4 ช้อนชา นั่นเอง ส่วนแก้วมังกรที่เป็นสีแดงจะมีน้ำตาลที่น้อยกว่าแก้วมังกรเนื้อขาว 2.แคนตาลูป แคนตาลูป …

แพทย์เตือน ! บุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงทำลายสมรรถภาพทางเพศลดลง

แพทย์เตือน ! สูบบุหรี่ไฟฟ้า ทำผู้ชายเสี่ยง สมรรถภาพทางเพศเสื่อม เพิ่มกว่า 2 เท่า สูบวันละ 1 ซอง อวัยวะเพศไม่แข็งตัวเพิ่ม 40% งานวิจัยจากคณะนักวิจัยประเทศสหรัฐอเมริกาที่ทำการศึกษาข้อมูลสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ารวมทั้งผลกระทบต่อ สุขภาพ ของประชาชน หรือที่เรียกว่า Population Assessment of Tobacco Health (PATH) study ระหว่างปี 2559-2561 ซึ่งคณะนักวิจัยสนใจศึกษาเฉพาะในกลุ่มประชาชนเพศชายอายุ 20 ปีขึ้นไป จำนวน 13,711 คน โดยเน้นศึกษาผลกระทบของการ สูบบุหรี่ไฟฟ้า ต่อ สมรรถภาพทางเพศ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ชายที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศสูงกว่าผู้ชายที่ไม่เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้า 2.4 เท่า โดยการศึกษามีการควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่น่าจะส่งผลต่อภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศแล้ว เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด อายุ การสูบบุหรี่ธรรมดา และปัจจัยอื่น ๆ การสูบบุหรี่ไฟฟ้า มีผลต่อภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศจริง” โดยอธิบายว่า สาเหตุที่ทำให้การสูบบุหรี่ไฟฟ้าทำให้สมรรถภาพทางเพศเสื่อมเกิดจากสารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งสารอื่น ๆ ที่ผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ไปลดระดับของฮอร์โมนเพศชายหรือเทสโทสเตอร์โรน โดยยิ่งสูบมากจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศมากขึ้น การสูบบุหรี่ทำให้ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โดยอวัยวะเพศไม่แข็งตัวเป็นที่รู้กันมานานแล้ว จากรายงานหนึ่งของประเทศออสเตรเลียพบว่า คนที่สูบบุหรี่วันละ …

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงของคนจัดฟัน และสิ่งที่ไม่ควรทำหลังจากจัดฟัน

ขณะ จัดฟัน ฟันจะค่อยๆ เคลื่อนไปยังที่จัดวางไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม การรับประทานอาหารเเละพฤติกรรมประจำวันจึงส่งผลต่อ การจัดฟัน ค่อนข้างมาก อาหารที่คนจัดฟันห้ามกิน มีอะไรบ้าง ? อาหารที่คน จัดฟัน ควรเลี่ยง ได้แก่ อาหารที่มีความเเข็ง, ความเหนียว ไม่แนะนำให้คนไข้ใช้ฟันกัดแทะอาหารโดยตรง เพราะนอกจากจะทำให้เศษอาหารติดอยู่ระหว่างเครื่องมือจัดฟัน และบริเวณลวด จัดฟัน แล้ว พวกคราบน้ำตาลที่ตกค้างจะเป็นต้นตอของปัญหาฟันผุได้อย่างง่ายดาย ประกอบกับแรงดึงรั้งที่อาจจะทำให้มีความเจ็บปวดเพิ่มระหว่างการรับประทานอาหาารที่มีความแข็งและเหนียวนี้ อาจทำให้เครื่องมือจัดฟันหลวม เสี่ยงกับเครื่องมือ จัดฟันหลุดออกมาหรือเสียหายได้ น้ำแข็ง ไม่เคี้ยวน้ำเเข็ง แต่สามารถดื่มน้ำเย็นได้ตามปกติ หมากฝรั่ง, คาราเมล, ทอฟฟี่ หรือ ลูกอมเเข็งๆ ข้าวโพดฝัก ไม่ควรใช้ฟันแทะจากซังข้าวโพด อาหารที่มีความเหนียว เช่น ข้าวเหนียว, ขนมตุ๊บตั๊บ, ขนมกระยาสารท, เนื้อย่างติดมัน ขนมปังฝรั่งเศส ขนมปังเบเกิล ที่มีความเเข็ง ผลไม้ผักที่มีความเเข็ง เช่น แครอทดิบ แอปเปิ้ล แบบทานทั้งผล คะน้า บรอคโคลี่ แต่ควรหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ หรือผักนำไปต้มก่อนรับประทาน อาหารที่มีความเเข็ง เช่น ถั่วลิสง …

ระวัง ! Pure Clean Organic หากลดน้ำหนักมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ

กลุ่มคนที่ต้องการอยากจะ ลดน้ำหนัก ส่วนใหญ่ จัดได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่ต้องการอยากจะรัก สุขภาพ มากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าจะถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเราทุกคนได้หันมาดูแลและใส่ใจสุขภาพร่างกายของตนเอง แต่ในทางกลับกัน บางคนกลับเลือกที่จะ ลดน้ำหนัก แบบไม่ระมัดระวัง และหวังผลอยากจะควบคุมน้ำหนักให้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็กลายเป็นดาบสองคมไปในที่สุด แถมในตอนนี้ยังคงมีกระแส Pure Clean Organic ที่มาแรงมากๆ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นวิถีการรับประทาน อาหารเพื่อสุขภาพ แบบประมาท ส่งผลทำให้ร่างกายต้องขาดสารอาหารไปในที่สุด เมื่อทำบ่อยๆ ก็จะกลายเป็นพฤติกรรมแบบเคยชินและมีอาการหมกหมุ่นมากจนเกินไปนั่นเอง ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะที่ผอมลงได้ แต่กลับมีปัญหาทางด้านสุขภาพตามมา โรคออร์โธเร็กเซียที่มาพร้อมกับวิถีรักสุขภาพแบบเกินไป สำหรับ “ออร์โธเร็กเซีย” ถือได้ว่าเป็นโรคชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมที่มีการหมกหมุ่นกับการรับประทานมากจนเกินไป ส่งผลทำให้ร่างกายเกิดความเคยชินจนกระทั่งกลายเป็นนิสัยที่ติดตัว สุดท้ายกลุ่มคนเหล่านี้ก็จะมีลักษณะที่ผอมมากจนเกินไป ซึ่งไม่ใช่วิถีในการรัก สุขภาพ ที่ถูกต้อง แต่กลับเป็นลักษณะของสุขภาพที่กำลังจะเจ็บป่วยแทน โดยโรคชนิดนี้มักจะเกิดกับกลุ่มคนที่ต้องการอยากจะ ลดน้ำหนัก มากๆ มีการรับประทานแบบเคร่งครัดมากจนเกินไป นอกจากจะเลือกรับประทานอาหารแล้วยังจัดอาหารในแต่ละมื้อที่น้อยชิ้นมากๆ จนทำให้ร่างกายต้องเป็นโรคขาดสารอาหารไปในที่สุด ถึงแม้ว่าน้ำหนักจะลดลงแต่ร่างกายกลับผอมเหมือนเป็นคนขี้โรคแทน ทำให้หมดความสุขและอาจจะมีผลต่อระบบการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย ข่าวเกี่ยวกับผู้หญิง คลิกที่นี่ เคล็ดลับสุขภาพ คลิกที่นี่